Blog

Google เปิดให้ Gemini เข้าถึงข้อมูล Whatsapp, SMS, และโทรเข้าออก

ในโลกที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อยๆ การพัฒนาและความสามารถใหม่ๆ ของ AI ก็เป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด และล่าสุด การประกาศจาก Google ที่ระบุว่า เปิดให้ Gemini AI จะสามารถเข้าถึงข้อมูลจากแอปพลิเคชันอย่าง WhatsApp, SMS และบันทึกการโทรเข้าออกได้แล้ว ได้สร้างทั้งความตื่นเต้นในด้านศักยภาพการใช้งาน และความกังวลอย่างหนักในประเด็นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ

เพราะมันหมายถึงการที่ AI จะก้าวล้ำเข้าไปในขอบเขตข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนที่สุดของเรา บทความนี้จะเจาะลึกถึงรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงนี้ อธิบายถึงประโยชน์ที่ Google มุ่งหวัง ปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวที่เกิดขึ้น และแนวทางที่ผู้ใช้งานสามารถทำได้เพื่อจัดการกับข้อมูลของตนเองในยุคที่ AI กำลังกลืนกินทุกสิ่ง


Gemini กับการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว: การก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม

ก่อนหน้านี้ Google Gemini (ซึ่งเดิมคือ Google Assistant หรือ Google Bard) มีความสามารถในการช่วยเหลือผู้ใช้งานในด้านต่างๆ เช่น การค้นหาข้อมูล การตั้งเตือน หรือการควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮม แต่การเข้าถึงข้อมูลจากแอปพลิเคชันการสื่อสารโดยตรง เช่น WhatsApp, SMS (ข้อความ), และบันทึกการโทรเข้าออก ถือเป็นการยกระดับความสามารถครั้งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ว่า Gemini จะสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ แม้ผู้ใช้งานจะปิด “Gemini Apps Activity” หรือ “การติดตามกิจกรรมของ Gemini” เอาไว้ก็ตาม

Google ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งเริ่มทยอยเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม 2025 เป็นต้นไป มีเป้าหมายเพื่อให้ Gemini สามารถ “ช่วยเหลือ” ผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นและมีความเชื่อมโยงกับอุปกรณ์มากขึ้น ตัวอย่างเช่น:

  • การส่งข้อความ: คุณสามารถสั่งให้ Gemini ส่งข้อความผ่าน WhatsApp หรือ SMS ถึงใครบางคนได้ทันที โดยระบุเนื้อหาข้อความและผู้รับ
  • การโทรออก: สั่งให้ Gemini โทรออกหาผู้ติดต่อโดยไม่ต้องกดเบอร์เอง
  • การจัดการข้อมูล: AI อาจช่วยสรุปข้อความสำคัญจากบทสนทนา หรือเตือนเกี่ยวกับนัดหมายที่ถูกส่งมาในแชท

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ: เดิมที หากต้องการให้ Gemini ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันเหล่านี้ ผู้ใช้งานต้องเปิด “Gemini Apps Activity” ซึ่งหมายถึงข้อมูลการโต้ตอบเหล่านั้นจะถูกบันทึกและอาจนำไปใช้ในการพัฒนา AI แต่ในตอนนี้ Google ระบุว่าฟังก์ชันพื้นฐานเหล่านี้จะพร้อมใช้งานแม้ว่าผู้ใช้งานจะปิดการติดตามกิจกรรมก็ตาม


ประโยชน์ที่ Google มุ่งหวัง: ชีวิตที่ “ฉลาด” ขึ้น?

Google พยายามนำเสนอการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นนี้ในแง่ของประโยชน์และความสะดวกสบายที่ผู้ใช้งานจะได้รับ:

  1. ความช่วยเหลือที่ราบรื่นยิ่งขึ้น: Gemini จะสามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันหลักของโทรศัพท์ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทำให้การสั่งงานด้วยเสียงหรือการทำงานอัตโนมัติเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด
  2. บริบทที่แม่นยำขึ้น: ด้วยการเข้าถึงข้อมูลการสื่อสาร Gemini จะมีความเข้าใจในบริบทของผู้ใช้งานที่ลึกซึ้งขึ้น เช่น การแนะนำการตอบกลับข้อความที่เหมาะสมกับสถานการณ์ หรือการเตือนความจำจากข้อมูลที่ปรากฏในแชท
  3. ประหยัดเวลาและลดขั้นตอน: ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องสลับแอปไปมาเพื่อทำกิจกรรมง่ายๆ เช่น การส่งข้อความหรือโทรออก ทำให้การใช้งานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในมุมมองของ Google นี่คือวิวัฒนาการที่จำเป็นของ AI เพื่อให้สามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ชาญฉลาดและเข้าใจบริบทชีวิตของผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง


ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว: เสียงที่ดังขึ้นจากผู้ใช้งาน

แม้ Google จะเน้นย้ำถึงประโยชน์ที่ได้รับ แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้จุดชนวนความกังวลอย่างหนักในหมู่ผู้ใช้งานและผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัว:

  1. การเข้าถึงโดยค่าเริ่มต้น: ประเด็นที่ใหญ่ที่สุดคือการที่ Gemini เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้โดยอัตโนมัติและค่าเริ่มต้น (default) โดยที่ผู้ใช้งานอาจไม่ได้รับแจ้งเตือนอย่างชัดเจน หรือต้องเข้าไปปิดการตั้งค่าเอง ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการก้าวล่วงความเป็นส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างแท้จริง
  2. ข้อมูลถูกจัดเก็บหรือไม่?: แม้ Google จะระบุว่าการโต้ตอบที่เกิดขึ้นเมื่อปิด “Gemini Apps Activity” จะไม่ถูกเก็บไว้ในบันทึกกิจกรรมระยะยาวของผู้ใช้งาน แต่ก็มีรายงานว่าข้อมูลยังคงถูกจัดเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของ Google ชั่วคราว (ประมาณ 72 ชั่วโมง) เพื่อ “ให้บริการ” และ “ประมวลผลข้อเสนอแนะ” ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า “ข้อมูลนี้ถูกนำไปใช้ประโยชน์อะไรบ้างในช่วงเวลาดังกล่าว?” และ “ใครบ้างที่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้?”
  3. การตรวจสอบโดยมนุษย์: Google ยอมรับว่าการโต้ตอบบางส่วนอาจถูกตรวจสอบโดยมนุษย์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของ AI ซึ่งหากข้อมูลนั้นรวมถึงข้อความส่วนตัว หรือบันทึกการโทรเข้าออก ก็ถือเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่ถูกตรวจสอบโดยมนุษย์ อาจถูกเก็บไว้นานถึง 3 ปี แม้ผู้ใช้งานจะลบกิจกรรมของตนเองแล้วก็ตาม
  4. ขอบเขตของ AI: ผู้ใช้งานไม่แน่ใจว่า AI จะ “อ่าน” หรือ “วิเคราะห์” เนื้อหาใน WhatsApp หรือ SMS ของพวกเขาในระดับใด และจะมีการใช้ข้อมูลนี้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่การช่วยเหลือผู้ใช้โดยตรงหรือไม่ เช่น การใช้เพื่อการโฆษณา หรือการสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้งานที่ละเอียดยิ่งขึ้น
  5. ความโปร่งใส: การสื่อสารจาก Google เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าคลุมเครือและไม่ชัดเจนเพียงพอ ทำให้ผู้ใช้งานสับสนว่าอะไรคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับข้อมูลของพวกเขา

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ใช้งาน: ควบคุมความเป็นส่วนตัวของคุณ

ท่ามกลางความกังวลที่เกิดขึ้น ผู้ใช้งานสามารถดำเนินการเพื่อควบคุมการเข้าถึงข้อมูลของ Gemini ได้ด้วยตนเอง:

  1. ปิดการเข้าถึงแอปพลิเคชันเฉพาะ:
    • เปิดแอป Gemini บนอุปกรณ์ Android ของคุณ
    • แตะที่ รูปโปรไฟล์ หรือ อักษรย่อ ของคุณที่มุมขวาบน
    • เลือก “Apps” (แอป)
    • คุณจะเห็นรายการแอปพลิเคชันที่ Gemini สามารถเข้าถึงได้ เช่น Phone, Messages, WhatsApp, Utilities (เช่น ควบคุมระดับเสียง, ไฟฉาย) คุณสามารถ ปิด (toggle off) การเข้าถึงสำหรับแต่ละแอปที่คุณไม่ต้องการให้ Gemini เข้าถึงได้
  2. ปิด “Gemini Apps Activity” (กิจกรรมของแอป Gemini):
    • เปิดแอป Gemini
    • แตะที่ รูปโปรไฟล์ หรือ อักษรย่อ ของคุณ
    • ไปที่ “Gemini Apps Activity” (กิจกรรมของแอป Gemini)
    • ปิด การตั้งค่านี้ การปิดตัวเลือกนี้จะช่วยให้ข้อมูลการโต้ตอบของคุณ (รวมถึงสิ่งที่ Gemini เข้าถึงจากแอปอื่น) ไม่ถูกบันทึกไว้ในบันทึกกิจกรรมระยะยาวของคุณ และจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงโมเดล AI ของ Google แต่ยังคงถูกเก็บไว้ชั่วคราวเป็นเวลา 72 ชั่วโมงเพื่อให้บริการ
  3. พิจารณาปิดการใช้งาน Gemini ทั้งหมด: หากคุณมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว และไม่ต้องการให้ Gemini เข้าถึงข้อมูลใดๆ ของคุณเลย คุณสามารถเลือกปิดการใช้งานแอป Gemini ทั้งหมดและกลับไปใช้ Google Assistant แบบเดิมได้
    • ไปที่ การตั้งค่า (Settings) > แอป (Apps) ในโทรศัพท์ของคุณ
    • ค้นหาและ ปิดใช้งาน (Disable) หรือ ถอนการติดตั้ง (Uninstall) แอป Gemini
  4. ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ: เนื่องจากนโยบายและฟังก์ชันของ AI มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของแอปและบริการต่างๆ อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ

credit : แทงบอล
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *