Blog

Apple กำลังจะปิด Apple Store ในจีนครั้งแรก เกิดอะไรขึ้น ?

นับตั้งแต่ปี 2008 ที่ Apple ได้บุกเบิกตลาดค้าปลีกในประเทศจีนด้วยการเปิดตัว Apple Store แห่งแรก ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ก็ไม่เคยปิดสาขาใดๆ ในจีนแผ่นดินใหญ่เลยแม้แต่ครั้งเดียว การขยายตัวของ Apple Store ในจีนเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของแบรนด์ในตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ทว่าเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2025 โลกธุรกิจและแฟนๆ Apple ทั่วโลกต้องจับตามอง เมื่อมีรายงานว่า Apple กำลังจะปิด Apple Store สาขา Parkland Mall ในเมืองต้าเหลียน ในวันที่ 9 สิงหาคม 2025 นี้ ซึ่งถือเป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ที่ Apple ตัดสินใจปิดร้านค้าปลีกของตนเองในจีนแผ่นดินใหญ่ การเคลื่อนไหวครั้งนี้นำมาซึ่งคำถามมากมายถึงสถานการณ์เบื้องหลัง เกิดอะไรขึ้นกับ Apple ในตลาดจีน และนี่คือสัญญาณเตือนของความท้าทายที่ใหญ่กว่าหรือไม่ บทความนี้จะเจาะลึกถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์นี้ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และอนาคตของ Apple ในตลาดจีนที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

มีรายงานว่า Apple กำลังจะปิด Apple Store สาขา Parkland Mall ในเมืองต้าเหลียน ในวันที่ 9 สิงหาคม 2025 นี้ ซึ่งถือเป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เหตุผลเบื้องหลังการปิดสาขา: มากกว่าแค่การปรับโครงสร้างภายใน

จากการแถลงการณ์ของ Apple และการวิเคราะห์จากสื่อต่างๆ เหตุผลหลักที่นำไปสู่การปิด Apple Store สาขา Parkland Mall ในต้าเหลียนสามารถสรุปได้ดังนี้:

  1. การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมศูนย์การค้า:
    • ห้างสรรพสินค้า Parkland Mall กำลังประสบปัญหา: Apple ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าการปิดสาขาเกิดจากการ “เปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ในศูนย์การค้า” (shifts in the shopping complex’s environment) รายงานระบุว่า Parkland Mall หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Intime City กำลังเผชิญกับปัญหาทางการเงินและการดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2022 และได้มีการเปลี่ยนผู้บริหารรวมถึงเจ้าของส่วนใหญ่ในปีนี้
    • แบรนด์ใหญ่ทยอยถอนตัว: Apple ไม่ใช่แบรนด์เดียวที่ถอนตัวออกจากห้างสรรพสินค้านี้ แบรนด์หรูและแบรนด์ดังระดับโลกอื่นๆ เช่น Coach, Sandro, Hugo Boss, Michael Kors และ Armani ก็ได้ทยอยไม่ต่อสัญญาเช่าและปิดสาขาไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Apple เพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาระดับโครงสร้างของศูนย์การค้าแห่งนี้
    • การปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภค: เป็นไปได้ว่าพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคในต้าเหลียนอาจมีการเปลี่ยนแปลง ย้ายไปจับจ่ายที่ศูนย์การค้าอื่นที่มีความคึกคักและมีศักยภาพมากกว่า
  2. ยอดขายที่ลดลงในตลาดจีน:
    • ยอดขายในจีนหดตัวต่อเนื่อง: นี่คือปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ Apple เผชิญกับยอดขายที่ลดลงในภูมิภาค Greater China (จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน) ติดต่อกันถึง 6 ไตรมาส ในไตรมาส 2 ปี 2025 รายได้จากจีนลดลง 2.3% เหลือ 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
    • การแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์ท้องถิ่น: แบรนด์สมาร์ทโฟนของจีนอย่าง Huawei, Xiaomi, Oppo และ Vivo ได้เข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดจาก Apple อย่างหนัก โดยเฉพาะ Huawei ที่กลับมาผงาดอีกครั้งด้วยนวัตกรรมที่น่าสนใจ การแข่งขันที่ดุเดือดนี้ทำให้ Apple ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดในประเทศบ้านเกิดของคู่แข่ง
    • ปัญหาเศรษฐกิจของจีน: จีนกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจหลายประการ รวมถึงภาวะเงินฝืด (deflationary pressures) การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลง และผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่างชาติ
  3. การปรับกลยุทธ์ของ Apple ในจีน:
    • การปรับโครงสร้างร้านค้าปลีก: แม้จะปิดสาขา Parkland Mall แต่ Apple ยืนยันว่ายังคงมุ่งมั่นในตลาดจีน โดยมีแผนจะเปิด Apple Store แห่งใหม่ในเมืองเซินเจิ้น (Uniwalk Qianhai) ในเดือนสิงหาคมนี้ และยังคงรักษาสาขาอื่นในต้าเหลียน (Olympia 66) ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 10 นาที รวมถึงมีการเปิดสาขาใหม่ในเหอเฝยและเซี่ยงไฮ้เมื่อไม่นานมานี้ สิ่งนี้บ่งชี้ว่า Apple ไม่ได้ “ถอยทัพ” จากจีนทั้งหมด แต่เป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อเน้นย้ำในทำเลที่มีศักยภาพสูงกว่า และปรับให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
    • การโยกย้ายฐานการผลิต: การปิดร้านค้าปลีกนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Apple กำลังเร่งกระจายฐานการผลิต iPhone ออกจากจีนไปยังประเทศอื่นๆ เช่น อินเดียและเวียดนาม เพื่อลดความเสี่ยงจากความตึงเครียดทางการค้าและปัญหาห่วงโซ่อุปทาน แม้การปิดร้านค้าปลีกโดยตรงจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโดยตรง แต่ก็สะท้อนถึงการปรับตัวของ Apple ในตลาดจีนในภาพรวม

ผลกระทบและนัยยะสำคัญของการปิด Apple Store ครั้งแรก

การปิด Apple Store เพียงหนึ่งสาขาในเมืองรองอย่างต้าเหลียน อาจดูไม่ใช่เรื่องใหญ่เมื่อเทียบกับจำนวน Apple Store กว่า 50 แห่งทั่ว Greater China แต่การเป็น “ครั้งแรก” ย่อมมีความสำคัญเชิงสัญลักษณ์:

  • สัญญาณเตือนสำหรับแบรนด์ต่างชาติ: การที่แม้แต่ Apple ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งอย่างมากในจีน ยังต้องปิดสาขา ชี้ให้เห็นว่าตลาดจีนมีความท้าทายและมีการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ค้าปลีกอย่างรวดเร็ว แบรนด์ต่างชาติอื่นๆ อาจต้องพิจารณากลยุทธ์ของตนในจีนอย่างรอบคอบมากขึ้น
  • การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น: นี่คือเครื่องยืนยันว่าแบรนด์ท้องถิ่นของจีนได้เติบโตและพัฒนาศักยภาพขึ้นมาอย่างมาก จนสามารถแข่งขันกับแบรนด์ระดับโลกได้อย่างเต็มตัว และได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนมากขึ้น
  • ความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจมหภาค: การปิดสาขาเน้นย้ำถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของจีน ที่ส่งผลต่อกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในทุกภาคส่วน
  • การปรับตัวของ Apple: Apple กำลังแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและการปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายในตลาดที่สำคัญอย่างจีน พวกเขายังคงลงทุนและเปิดสาขาใหม่ในทำเลที่เหมาะสมกว่า เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าและรักษาการเติบโตในระยะยาว

อนาคตของ Apple ในตลาดจีน: ยังคงสำคัญแต่ไม่ง่ายเหมือนเดิม

แม้จะมีความท้าทาย แต่จีนยังคงเป็นตลาดที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ Apple ด้วยสัดส่วนรายได้มหาศาล และเป็นแหล่งผลิตหลักของผลิตภัณฑ์หลายชนิด

  • ความสำคัญเชิงกลยุทธ์: จีนไม่ได้เป็นเพียงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมที่สำคัญสำหรับ Apple การจะถอนตัวออกจากตลาดนี้ทั้งหมดเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้
  • การลงทุนอย่างต่อเนื่อง: การที่ Apple ยังคงมีแผนเปิดสาขาใหม่ในเมืองสำคัญอื่นๆ บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาและขยายการมีอยู่ของแบรนด์ในจีน
  • การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า: Apple ยังคงเน้นย้ำถึงการมอบประสบการณ์ลูกค้าที่ดีเยี่ยม ทั้งทางออนไลน์และผ่านร้านค้าปลีก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความภักดีต่อแบรนด์
  • การปรับตัวต่อภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนไป: Apple จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาด การตั้งราคา และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน และรับมือกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากคู่แข่งในประเทศ

การปิด Apple Store ในต้าเหลียนจึงไม่ใช่จุดจบของ Apple ในจีน หากแต่เป็น “หมุดหมาย” ที่แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเช่นจีน และจำเป็นต้องปรับตัวอย่างชาญฉลาดเพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


สรุป

การตัดสินใจปิด Apple Store สาขา Parkland Mall ในเมืองต้าเหลียนของ Apple ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในจีนแผ่นดินใหญ่ นับตั้งแต่มีการเปิดตัวร้านค้าปลีกแห่งแรกในปี 2008 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากเหตุผลเดียว แต่เป็นผลพวงจากหลายปัจจัย ทั้งปัญหาเฉพาะของศูนย์การค้าที่แบรนด์ใหญ่หลายแห่งทยอยถอนตัวออกไป สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของจีนที่กำลังเผชิญกับความท้าทาย และที่สำคัญที่สุดคือยอดขาย iPhone ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์ท้องถิ่นอย่าง Huawei การปิดสาขานี้เป็นสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าแม้แต่ Apple ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในตลาดจีนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การถอยทัพ แต่เป็นการปรับกลยุทธ์และมุ่งเน้นไปยังทำเลที่มีศักยภาพสูงกว่า โดย Apple ยังคงแสดงความมุ่งมั่นที่จะลงทุนและรักษาบทบาทสำคัญในตลาดจีนต่อไปในระยะยาว

credit : แทงบอล
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *